Local For You

คู่มือร้านอาหาร: รับมือค่าคอมมิชชั่นจาก แอปสั่งอาหารในอังกฤษ และทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ

สำรวจตลาด สั่งอาหารออนไลน์ ในอังกฤษ รู้จักแอปเดลิเวอรีชั้นนำ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบจากค่าคอมมิชชั่นต่อร้านอาหาร และมองหาทางเลือกใหม่ที่ยั่งยืนกว่า

ภาพรวมตลาดแอปสั่งอาหารและสั่งอาหารออนไลน์ในอังกฤษ

รู้ไหมว่าตลาดสั่งอาหารออนไลน์ของอังกฤษนั้นใหญ่ติดอันดับโลก? ปัจจุบัน ตลาดเดลิเวอรีในอังกฤษใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นรองเพียงแค่ประเทศจีนและสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ตลาดนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะหลังช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ขนาดของตลาดขยายใหญ่ขึ้นถึงสองเท่า และในปี 2024 ก็มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 48,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นว่าบริการนี้กลายเป็นที่นิยมอย่างมหาศาล

ความนิยมนี้เห็นได้ชัดจากพฤติกรรมของคนอังกฤษที่สั่งอาหารเดลิเวอรีเฉลี่ยถึง 20 ครั้งต่อปี ซึ่งบ่อยกว่าคนในสเปนและฝรั่งเศสอย่างเห็นได้ชัด และทำให้อังกฤษสามารถครองส่วนแบ่งตลาดเดลิเวอรีทั่วโลกไว้ได้ประมาณ 4.8%

เมื่อมองย้อนไปที่การเติบโต จะเห็นว่ามูลค่าตลาดพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 7.6 พันล้านปอนด์ในปี 2019 และคาดว่าจะแตะ 14.3 พันล้านปอนด์ในปี 2025 หรือเติบโตขึ้นรวมถึง 87% เลยทีเดียว โดยปีที่โตแรงที่สุดคือปี 2020 ซึ่งโตพรวดเดียว 53.8% เพราะช่วงนั้นมีการล็อกดาวน์ ทำให้ใคร ๆ ก็หันมาสั่งอาหารกัน

และแนวโน้มนี้ยังคงดูดีต่อไป โดยมีการคาดการณ์ว่าตลาดจะโตขึ้นเรื่อย ๆ เฉลี่ยปีละ 11.8% ตั้งแต่ปี 2024 ถึง 2031 และมีแนวโน้มที่จะมีมูลค่าเกิน 15.8 พันล้านปอนด์ภายในปี 2028

การเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มีแรงขับเคลื่อนสำคัญหลายอย่างอยู่เบื้องหลัง ดังนี้

  • ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปและความสะดวกสบายคือหัวใจ ในยุคที่ชีวิตเร่งรีบ โดยเฉพาะคนในเมืองที่ตารางงานแน่น การสั่งอาหารออนไลน์ที่ทั้งรวดเร็วและยืดหยุ่นจึงกลายเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับมื้ออาหาร
  • แค่มีสมาร์ทโฟนก็สั่งได้ทันที ปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาร์ทโฟนกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของเราไปแล้ว ทำให้การเข้าถึงแอปสั่งอาหารและบริการเดลิเวอรีทำได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว
  • ร้านอาหารต่างปรับตัวเข้าร่วม เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กหรือร้านใหญ่ ต่างก็หันมาจับมือกับแอปสั่งอาหารกันมากขึ้น เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ พอผู้บริโภคมีตัวเลือกเยอะขึ้น ก็ยิ่งหันมาใช้บริการกันอย่างแพร่หลาย
  • นวัตกรรมเบื้องหลังแอป ผู้ให้บริการแอปต่าง ๆ พัฒนาเทคโนโลยีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI ช่วยวางแผนเส้นทางให้ไรเดอร์ส่งได้เร็วที่สุด หรือการติดตามสถานะออเดอร์ที่แม่นยำขึ้น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
  • พลังขับเคลื่อนจากคนรุ่นใหม่ กลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะชาวมิลเลนเนียล (ช่วงอายุ 25-34 ปี) ถือเป็นลูกค้ากลุ่มสำคัญ พวกเขาคุ้นเคยกับเทคโนโลยีและให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย จึงเป็นกลุ่มหลักที่ขับเคลื่อนตลาดนี้ให้เติบโต
  • เทรนด์ “ครัวผี” (Ghost Kitchens) ที่กำลังมาแรง ครัวประเภทนี้คือครัวที่ทำอาหารเพื่อเดลิเวอรีโดยเฉพาะ ไม่มีหน้าร้านให้นั่งทาน ซึ่งแพลตฟอร์มอย่าง Deliveroo ก็หันมาลงทุนในส่วนนี้มากขึ้น ช่วยให้ร้านอาหารขยายบริการได้โดยไม่ต้องเปิดสาขาจริง
  • ไม่ได้ส่งแค่อาหาร แต่ “ของชำ” ก็สั่งได้ ตลาดไม่ได้หยุดอยู่แค่การส่งอาหารจากร้านดัง แต่บริการ “ส่งของชำ” ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว แอปอย่าง Uber Eats และ Deliveroo ได้ขยายบริการไปจับมือกับซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้เราสามารถสั่งของสดของใช้ในชีวิตประจำวันส่งตรงถึงบ้านได้เช่นกัน
มาทำความรู้จักผู้เล่นหลักในตลาดแอปสั่งอาหารของอังกฤษกัน

ตลาดแอปสั่งอาหารในอังกฤษมีการแข่งขันที่ดุเดือดมาก แต่ละเจ้าพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า ซึ่งผลดีก็ตกอยู่กับเราที่เป็นผู้บริโภค เพราะทำให้มีตัวเลือก โปรโมชั่น และบริการใหม่ ๆ ที่น่าสนใจอยู่เสมอ

สำหรับส่วนแบ่งตลาดนั้น ข้อมูลอาจแตกต่างกันไปตามแหล่งที่มาและช่วงเวลาที่สำรวจ แต่ภาพรวมที่น่าสนใจจากข้อมูลล่าสุดในปี 2025 มีดังนี้

  • Uber Eats: เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งจนกลายเป็นผู้นำในบางผลสำรวจ โดยข้อมูลปี 2024 ระบุว่ามีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 27.2% และบางข้อมูลในปี 2025 ก็ชี้ว่ามีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นเป็น 29%
  • แอปของร้านอาหารโดยตรง (เช่น McDelivery): เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่น่าจับตาและมาแรงมาก ๆ ครองส่วนแบ่งไปถึง 26.4% แสดงให้เห็นว่าลูกค้าจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะสั่งตรงกับแบรนด์ที่ชอบเลย
  • Just Eat: ซึ่งเคยเป็นผู้นำตลาดมายาวนาน มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 25.2% ในปี 2024 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากอีกแหล่งในปี 2025 ยังคงชี้ว่า Just Eat ยังเป็นเจ้าตลาดที่ใหญ่ที่สุดด้วยส่วนแบ่งถึง 35% ซึ่งสะท้อนว่ายังคงเป็นแอปขวัญใจมหาชนอยู่

Deliveroo: มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 16.2% ตามข้อมูลปี 2024 แม้ตัวเลขจะลดลง แต่ก็ยังมีข้อมูลในปี 2025 จากอีกแหล่งที่ระบุว่า Deliveroo ยังคงเป็นผู้เล่นรายใหญ่ด้วยส่วนแบ่งถึง 28%

Deliveroo

แอปเดลิเวอรีสีเทอร์ควอยซ์ที่เห็นกันจนคุ้นตา Deliveroo เป็นที่นิยมอย่างสูงในอังกฤษ ให้บริการครอบคลุมกว่า 84 เมืองทั่วประเทศ

  • จุดเด่น: มีร้านอาหารให้เลือกหลากหลายมาก ตั้งแต่ร้านหรู ๆ ไปจนถึงร้านอร่อยเจ้าประจำใกล้บ้าน และขึ้นชื่อเรื่อง “ความเร็ว” ในการจัดส่ง เพราะใช้เทคโนโลยี AI ช่วยวางแผนเส้นทาง ทำให้บางพื้นที่ส่งถึงมือต่ำกว่า 30 นาทีเลยทีเดียว
  • นวัตกรรมที่น่าสนใจ: เป็นผู้บุกเบิกโมเดล “ครัวผี” หรือ “Deliveroo Editions” ที่ช่วยให้ร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้านสามารถทำเดลิเวอรีได้
  • เสียงจากผู้ใช้: หลายคนมองว่า Deliveroo มีตัวเลือกเยอะและน่าเชื่อถือ แต่ก็มีบางครั้งที่อาจเจออาหารไม่ค่อยร้อนบ้าง
Just Eat

เป็นพี่ใหญ่ในวงการเดลิเวอรีระดับโลก และเป็นหนึ่งในชื่อที่คนอังกฤษรู้จักดีที่สุด

  • จุดเด่น: เน้นไปที่ร้านอาหารทั่วไปและร้านเทคอะเวย์ ทำให้เป็นขวัญใจมหาชนเวลาอยากสั่งอาหารง่าย ๆ ที่คุ้นเคย มีระบบรีวิวที่แข็งแกร่งและโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าประจำ
  • ความแตกต่าง: แม้จะไม่ค่อยเน้นร้านหรูหราเหมือนคู่แข่ง แต่ก็มีเครือข่ายร้านอาหารที่กว้างขวางมาก
  • เสียงจากผู้ใช้: บางคนรู้สึกว่าช่วงหลังราคาแพงขึ้น แต่หลายคนก็ยังมองว่าสะดวกและใช้งานง่ายอยู่ดี
Uber Eats

ทุกคนรู้จัก Uber จากบริการเรียกรถ แต่ Uber Eats ก็เป็นบริการส่งอาหารที่เติบโตเร็วมาก ๆ

  • จุดเด่น: สามารถติดตามสถานะออเดอร์ได้แบบเรียลไทม์ และนอกจากร้านอาหารแล้ว ยังจับมือกับซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายของชำด้วย ทำให้สั่งของใช้เข้าบ้านได้สะดวก
  • เสียงจากผู้ใช้: มักถูกมองว่าราคาสูงกว่าเจ้าอื่น แต่ก็น่าเชื่อถือ หลายคนจึงมีเทคนิคคือจะรอใช้ตอนมีโค้ดส่วนลด 40-50%
Foodhub

แอปทางเลือกที่น่าสนใจมาก มีจุดขายที่ไม่เหมือนใคร

  • จุดเด่น: ไม่เก็บค่าคอมมิชชั่น จากร้านอาหารและ ไม่มีค่าบริการ (Service Charge) ที่บวกเพิ่มจากลูกค้า ทำให้ราคาอาหารอาจถูกกว่าแอปอื่น ๆ เป็นประโยชน์ทั้งต่อร้านค้าและลูกค้า
  • เครือข่าย: มีร้านอาหารและร้านเทคอะเวย์ในเครือข่ายกว่า 29,000 แห่งทั่วประเทศ
Hungry House

เป็นแอปสัญชาติอังกฤษแท้ ๆ ที่หลายคนอาจคุ้นชื่อ ปัจจุบันได้รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Just Eat แล้ว แม้จะไม่ได้เป็นแอปแยกแล้ว แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Just Eat ยิ่งใหญ่ขึ้น

Hungry Panda

แอปสำหรับคนรักอาหารเอเชียโดยเฉพาะ

  • จุดเด่น: มุ่งเน้นไปที่การรวบรวมร้านอาหารเอเชียโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นซูชิ, ติ่มซำ, หม่าล่า หรือชานมไข่มุก ถ้าอยากกินอาหารเอเชียต้นตำรับ แอปนี้คือคำตอบ
Too Good To Go

แอปสายรักษ์โลกที่มีแนวคิดสุดสร้างสรรค์

  • จุดเด่น: เป็นแอปที่ช่วย “ลดขยะจากอาหาร” โดยให้เราสามารถเข้าไปซื้ออาหารที่ร้านค้าหรือร้านอาหารขายในวันนั้นไม่หมดได้ในราคาที่ถูกมาก ๆ
  • ประโยชน์: เราได้ทานของดีราคาประหยัด ร้านค้าลดการทิ้งของ และยังได้ช่วยโลกไปพร้อม ๆ กัน
เปิดประเด็น “ค่าคอมมิชชั่น” ที่ร้านอาหารต้องเผชิญ

เบื้องหลังความสะดวกสบายของการสั่งอาหารออนไลน์ มีประเด็นสำคัญที่ร้านอาหารต้องเจออยู่ นั่นก็คือเรื่อง “ค่าคอมมิชชั่น” หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ค่า GP” (Gross Profit)

โมเดลธุรกิจของแอปสั่งอาหารเหล่านี้ทำงานง่าย ๆ คือ:

  1. แอปทำหน้าที่เป็น “หน้าร้านออนไลน์” ขนาดใหญ่ที่รวบรวมเมนูจากร้านค้าต่าง ๆ ไว้ในที่เดียว
  2. เมื่อมีลูกค้าสั่งอาหารเข้ามา แอปจะแจ้งเตือนให้ร้านเตรียมออเดอร์
  3. จากนั้นแอปจะจัดการเรื่องการจัดส่งไปจนถึงมือลูกค้า

เพื่อแลกกับการเข้าถึงลูกค้าจำนวนมากผ่านแพลตฟอร์มนี้ ร้านอาหารจะต้อง “แบ่งรายได้ส่วนหนึ่ง” จากทุกยอดการสั่งซื้อให้กับแอป ซึ่งก็คือค่าคอมมิชชั่นนั่นเอง

ประเด็นนี้กลายเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง เพราะหลายฝ่ายมองว่าค่าคอมมิชชั่นที่แอปยักษ์ใหญ่เรียกเก็บนั้น “สูงเกินไป” ซึ่งสร้างแรงกดดันและส่งผลกระทบต่อกำไรของร้านอาหารโดยตรง โดยเฉพาะกับร้านเล็ก ๆ ที่ต้องพึ่งพาช่องทางเดลิเวอรีเป็นหลัก

ส่องตัวเลข “ค่าคอมมิชชั่น” และค่าใช้จ่ายแฝง

เมื่อพูดถึงค่าคอมมิชชั่น แต่ละแอปก็มีโครงสร้างการเก็บเงินที่แตกต่างกันไป ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของร้านอาหาร

อัตราค่าคอมมิชชั่นของแต่ละเจ้า:

  • Uber Eats: เรียกเก็บในอัตราที่ค่อนข้างสูงถึง 35% ของราคาออเดอร์ (และมีเป้าหมายที่จะลดลงมาเหลือ 30%)
    • คิดภาพง่ายๆ: ทุกๆ ยอดขาย 1,000 ปอนด์ ร้านอาหารจะต้องแบ่งรายได้ให้ Uber Eats ถึง 300 ปอนด์
  • Deliveroo: มีอัตราค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยอยู่ที่ 20-25% และอาจสูงได้ถึง 30%
    • คิดภาพง่ายๆ: ทุกๆ ยอดขาย 1,000 ปอนด์ ร้านอาหารจะถูกหักไป 200 – 300 ปอนด์
  • Just Eat: เสนออัตราที่ดูเหมือนจะต่ำกว่าที่ 14% ต่อออเดอร์ แต่จะมีการเก็บ “ค่าดูแลระบบ” เพิ่มอีก 0.50 ปอนด์ในทุกออเดอร์
    • คิดภาพง่ายๆ: ทุกๆ ยอดขาย 1,000 ปอนด์ จะถูกหักไปประมาณ 140 ปอนด์บวกกับค่าดูแลระบบของทุกออเดอร์รวมกัน

โดยสรุปแล้ว ร้านอาหารต้องเตรียมใจแบ่งรายได้ให้แอปเหล่านี้ประมาณ 15% – 35% หรืออาจสูงกว่านั้นเลยทีเดียว

ไม่ได้มีแค่ค่าคอมฯ แต่ยังมี “ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ”

นอกจากค่าคอมมิชชั่นที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงอื่น ๆ ที่ร้านอาหารต้องพิจารณาด้วย

  • Just Eat: มี “ค่าแรกเข้า” สำหรับการลงทะเบียนธุรกิจ ซึ่งอาจสูงถึง 699 ปอนด์ (ยังไม่รวม VAT) แม้ทางบริษัทจะให้เหตุผลว่าเพื่อชดเชยกับค่าคอมมิชชั่นที่ต่ำกว่า แต่ก็ถือเป็นเงินก้อนใหญ่สำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น
  • Uber Eats: มีระบบค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างซับซ้อนและไม่ค่อยโปร่งใสนัก โดยอาจคิดตามจำนวนธุรกรรมที่เกิดขึ้น
  • Deliveroo: แม้จะไม่มีค่าใช้จ่ายแรกเข้า แต่ก็อาจมีค่าธรรมเนียมแอบแฝง เช่น หากต้องการอัปโหลดหรือแก้ไขเมนูบนแอป ก็อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้
โอกาสที่มาพร้อมต้นทุน: ผลกระทบสองด้านของแอปสั่งอาหาร

การเข้าร่วมกับแอปพลิเคชันสั่งอาหารเจ้าดังเปรียบเสมือนดาบสองคม ด้านหนึ่งคือการเปิดโอกาสให้ร้านอาหารเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ได้อย่างมหาศาล ลูกค้าที่ไม่เคยรู้จักร้านของคุณมาก่อน อาจค้นพบและกลายเป็นลูกค้าประจำได้จากแพลตฟอร์มเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งคือต้นทุนที่ต้องจ่าย เพราะโอกาสนั้นต้องแลกมากับค่าคอมมิชชั่นที่สูงถึง 20%-30% ของยอดขายแต่ละออเดอร์ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการถูกบังคับให้ลดราคาทุกเมนูตลอดเวลา แม้จะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น แต่รายได้ส่วนสำคัญที่หายไปก็อาจส่งผลกระทบต่อกำไรของธุรกิจในระยะยาวได้

ทางออกเพื่อความยั่งยืน: คืนอำนาจและกำไรให้ร้านอาหาร

จากความท้าทายเรื่องค่าคอมมิชชั่นที่สูงลิ่ว ได้นำไปสู่การเกิดโมเดลธุรกิจทางเลือกใหม่ ที่มุ่งเน้นการคืนอำนาจและผลกำไรกลับสู่มือเจ้าของร้านอาหารโดยตรง ซึ่งหนึ่งในผู้ให้บริการที่ตอบโจทย์นี้ได้อย่างน่าสนใจคือ Local For You

Local For You คือผู้ให้บริการ ระบบสั่งอาหารออนไลน์สำหรับร้านอาหารโดยเฉพาะ ที่มีแนวคิดอันทรงพลังคือ “ไม่มีค่าคอมมิชชั่น (0% Commission)”

หลักการทำงานนั้นเรียบง่าย โดยจะช่วยให้ร้านอาหารมีเว็บไซต์และแอปพลิเคชันสำหรับรับออเดอร์เป็นแบรนด์ของตัวเอง เพียงชำระค่าบริการรายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้ เมื่อมีลูกค้าสั่งอาหารผ่านระบบ เงินทั้งหมดจะถูกโอนเข้าบัญชีของร้านโดยตรงทันที โดยไม่ต้องรอรอบบิล และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์รายได้ให้ใคร

ปลดล็อกศักยภาพร้านอาหารของคุณด้วยระบบสั่งอาหาร Local For You

การมีระบบสั่งอาหารเป็นของตัวเอง ไม่ใช่แค่การประหยัดค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนเพื่อสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่ง Local For You ได้มอบเครื่องมือที่จำเป็นไว้ให้อย่างครบครัน:

  • เก็บกำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วย (0% Commission): จุดเด่นที่สุดคือการช่วยให้ร้านค้าประหยัดเงินค่าคอมมิชชั่นมหาศาล ทำให้สามารถนำเงินส่วนนั้นไปพัฒนาคุณภาพอาหาร บริการ หรือทำการตลาดต่อไปได้
  • สร้างแบรนด์ของตัวเองให้แข็งแกร่ง: ร้านอาหารจะได้รับเว็บไซต์ ภายใต้ชื่อและโลโก้ของร้านคุณเอง ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพ
  • จัดการออเดอร์อย่างมืออาชีพ: มีระบบหลังบ้านที่จัดการทุกคำสั่งซื้อได้อย่างราบรื่น พร้อมการแจ้งเตือนออเดอร์ผ่านเครื่องพิมพ์ไร้สายหรือแอปพลิเคชัน ช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มความรวดเร็ว
  • เครื่องมือการตลาดครบครัน: มีเครื่องมือช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google ได้ดีขึ้น (SEO-Friendly) รวมถึงระบบการตลาดผ่านอีเมล และเครื่องมือช่วยโปรโมทบนโซเชียลมีเดีย
  • ฟีเจอร์เพิ่มยอดขายและลูกค้าประจำ: สามารถสร้างโปรโมชั่น คูปองส่วนลด ระบบสะสมคะแนน (Loyalty Program) ระบบจองโต๊ะออนไลน์ หรือแม้กระทั่ง QR Code สำหรับสั่งอาหารที่โต๊ะ เพื่อกระตุ้นยอดขายและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
อนาคตของตลาด: เมื่อลูกค้าหันมาสั่งตรงกับร้านอาหาร

ข้อมูลเชิงลึกชี้ให้เห็นแนวโน้มที่น่าสนใจว่า ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มมองหาการสั่งอาหารโดยตรงจากเว็บไซต์ของร้านอาหารมากขึ้น เพราะมักจะได้รับราคาที่ดีกว่า มีข้อเสนอพิเศษที่คุ้มค่ากว่า และยังรู้สึกว่าได้สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นโดยตรง

สิ่งนี้ตอกย้ำว่า การที่ร้านอาหารมีช่องทางสั่งซื้อออนไลน์ของตัวเองที่มีประสิทธิภาพและใช้งานง่าย ไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” อีกต่อไป แต่เป็น “กุญแจสำคัญ” สู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล

สรุป

ตลาดแอปสั่งอาหารจะยังคงเติบโตต่อไป แต่ธุรกิจที่จะอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนคือธุรกิจที่สามารถปรับตัวและควบคุมต้นทุนของตัวเองได้

แม้แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่จะช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย แต่ก็ต้องแลกมากับต้นทุนที่สูง การมีทางเลือกอย่าง Local For You ที่เสนอระบบครบวงจรแบบไม่มีค่าคอมมิชชั่น จึงเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของตลาด ที่มุ่งเน้นความยุติธรรมและผลกำไรที่ยั่งยืนสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารมากขึ้น

พาร์ทเนอร์การตลาดอันดับ 1 สำหรับร้านอาหารไทยในต่างแดน

เราคือเบื้องหลังความสำเร็จของร้านไทยมากกว่า 700 แห่งทั่วโลก อย่าปล่อยให้ร้านคุณ…ไร้ตัวตน

ลงทะเบียนวันนี้ รับสิทธิ์ใช้ฟรี 1 เดือน

signupMini - Local For You